รีวิวงานสอนพิเศษจังหวัดขอนแก่น

วันนี้เรามีรีวิวงานสอนหนังสือจังหวัดขอนแก่นของ นส นิดเพศหญิง อายุ26 ปีค่ะ นิสัยส่วนตัวชอบทำงานเป็นทีม ชอบเป็นผู้นำ และบางครั้งแอบเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการ ชอบเป็นห่วงคนอื่น และเทคแคร์ เอื้อเฟื้อ ห่วงใยเพื่อนร่วมงาน ช่วยเหลือกันและกัน แบ่งปัน มาฝากค่ะ นิดได้เป็นครูสอนพิเศษประจำสาขา บริษัทแห่งหนึ่ง ในเขตภาคอีสาน จังหวัดขอนแก่น เริ่มทำหลังจบมหาลัย เมื่อปี2559 -2561 มาดูกันว่างานจะเป็นอย่างไร

ทำไมถึงเลือกทำงานสอนหนังสือ

เริ่มต้นคือ เป็นคนชอบภาษาอังกฤษ สามารถแปลภาษาได้ เรารู้จักเพื่อนที่สอนพิเศษที่นั่น แล้วบังเอิญว่าตอนนั้นเพื่อนได้แปลภาษาอังกฤษ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการสอนคณิตศาสตร์ เราจึงได้มีโอกาสช่วยทำหลังจากนั้น เพื่อนจึงแนะนำให้ลองไปสัมภาษณ์

เลือกงานนี้เพราะว่าตอนนั้นเราจบใหม่ แล้วเรากำลังหางานทำอยู่พอดี เพื่อนจึงได้ชวนให้ไปลองสัมภาษณ์ดูเพราะว่ามีโอกาสได้ช่วยงานเพื่อนในการแปลภาษา แต่พอไปทำปุ๊บเรากลับได้รู้ว่าเป็นงานที่เกี่ยวกับการสอนพิเศษซึ่งสอนเป็นภาษาไทย แต่จะเน้นสอนวิชาคณิตศาสตร์หลักสูตรจากประเทศเกาหลี ทำให้เรายิ่งสนใจมากขึ้น เพราะหลักสูตรที่เราจะได้ใช้สอนเด็กๆเป็นหลักสูตรที่ในสมัยเด็กเราก็ไม่เคยเรียนเป็นการสอนที่มีหลักการให้เด็กใช้สูตรในการทำโจทย์คณิตศาสตร์ซึ่งโจทย์ก็มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโจทย์ปัญหา หรือจะเป็นแค่ประโยคสัญลักษณ์ ในหลักสูตรจะมีเทคนิคในการทำโจทย์ให้ได้คำตอบได้อย่างรวดเร็ว และยังสะดุดในหลักสูตรภาษาอังกฤษ ขอสถาบันที่เราเคยทำงานนั้น จะเน้นการเรียนอย่างเป็นสเต็ป เริ่มจากคำศัพท์ง่ายๆซึ่งในแต่ละบทจะมีคำศัพท์ที่เด็กๆต้องได้เรียนรู้ในแต่ละคาบ ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นในการจะถ่ายทอดให้กับเด็กนักเรียนทุกคนที่มาแทนกับสถาบันของเรา และยิ่งไปกว่านั้นคือเราได้ร่วมงานกับเพื่อนที่สนิท ทำให้เราคิดว่าการทำงานจะยิ่งสนุกและตื่นเต้นไปอีก เพราะเราเริ่มมาใช้ชีวิตวัยทำงาน อีกอย่างที่เป็นปัจจัยในการเลือกทำงานก็คือเงิน เราจะได้ค่าตอบแทนที่ค่อนข้างสูง สำหรับบ้านเราที่อยู่ในแถบชนบท เพราะว่าบ้านเราไม่ได้อยู่ในตัวเมืองจังหวัด เหมือนเราทำงานอยู่ที่บ้านไม่มีค่าใช้จ่ายมากมายเกี่ยวกับค่าห้องค่าน้ำค่าไฟ เราคิดว่าเราน่าจะมีเงินเหลือเก็บทุกเดือน แถมยังได้ช่วยพ่อแม่อีกต่างหาก

บรรยากาศวันสัมภาษณ์เป็นอย่างไร

วันสัมภาษณ์เราแต่งตัวธรรมดาเพราะว่าเราไม่รู้ว่าเขาจะมาสัมภาษณ์เราในวันนััน พอดีเราได้ไปช่วยเพื่อนสอนเหมือนไปลองช่วยเพื่อนสอนก่อนเพราะว่าหัวหน้าของเพื่อนบอกไว้ว่าให้มาทดลองงานก่อนได้ คำถามที่เขาถามเราคือ 1 เราใจรักที่จะสอนหรือเปล่า 2 เรามีความสามารถด้านภาษาเราจะสามารถสอนเด็กๆได้ไหม เพราะการสอนไม่เหมือนกับการที่เรานั่งฟังเราต้องหาจุดที่สามารถทำให้เด็กเข้าใจให้ได้ 3 งานที่นี่ค่อนข้างจะเปลี่ยนแปลงบ่อยตามองค์กรต่างๆที่มีแต่ละสาขาที่หัวหน้ารับผิดชอบ เราจะสามารถโยกย้ายได้ไหม 4 เราพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดไหม

งานสอนต้องทำอะไรบ้าง

ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราทำงานที่สถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่ง ในจังหวัดขอนแก่น เราต้องเรียนรู้เนื้อหาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ แก้โจทย์ปัญหา เนื่องจากสถาบันกวดวิชาแห่งนี้เป็นลักษณะแฟรนไชส์ เราจึงต้องเรียนรู้ทั้งการพูดการสอนในในแบบฉบับเดียวกันกับสาขาอื่นๆ ฉะนั้นเราก็ต้องเริ่มตั้งแต่อ่านหลักสูตรคณิตศาสตร์ทุกเล่มที่มีในสาขา แล้วหัวหน้าเห็นถึงศักยภาพที่เรามีเขาก็มอบหมายให้เราดูแลในเรื่องวิชาภาษาอังกฤษอีกด้วย เราจะต้องได้กลับมาทบทวนภาษาอังกฤษและฝึกจำคำศัพท์ใหม่ทั้งหมด ไม่เพียงแค่เรื่องบทเรียนเราก็ต้องเรียนรู้วิธีการขายคอร์ส วิธีพูดให้ขายคอร์สได้ วิธีนำเสนอข้อดีของการเรียนกับทางสถาบัน

เราจะต้องได้อ่านแฟ้มผลงานและพยายามถ่ายทอดให้ผู้ปกครองรู้ถึงพอดีของสถาบันของเรา นอกจากจะสอนในเรื่องบทเรียนแล้วเราก็ต้องได้ปรับปรุงตัวเองในเรื่องของการแต่งตัว หลังจากเรียบร้อยในส่วนของบทเรียนแล้วเราก็ต้องมีการทำความสะอาด ทางสถาบันของเราจะมีทางเข้าไปสอนในโรงเรียนและสอนในสาขาดังนั้นเวลาทำความสะอาดเราก็ต้องทำความสะอาดทั้งในโรงเรียนและก็ในสาขา เป็นกิจวัตรที่เราต้องทำทุกวัน และเมื่อเราภาษาเสร็จเราก็ต้องตรวจงานที่เด็กได้ทำแล้ว และเมื่อเสร็จเรียบร้อยเราก็จะต้องมีการเปิดคอมเพื่อที่จะทำงานในส่วนของงานนำเสนอ งานโบชัวเพื่อที่จะโฆษณาเวลาที่ผู้ปกครองมา

และทำตารางเรียนตารางสอนตารางคอร์สเรียน ทำรายงานโชว์เกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆที่ทางสถาบันต้องจัดให้สอดคล้องกับหลักการเปิดสถานศึกษาพิเศษ หลังจากเสร็จเรื่องเกี่ยวกับงานนำเสนองานสอนแล้วนั้น ถึงเวลาเข้าสอนในโรงเรียนเราก็ต้องเข้าสอนในทุกๆวันอังคารถึงวันศุกร์ วันอังคารถึงวันพฤหัสบดีเราจะสอนอยู่ที่โรงเรียนมหาไถ่ วันศุกร์เราจะเดินทางไปสอนต่างจังหวัด ห่างจากอำเภอรอประมาณ 30 นาที ต้องสอนเราก็จะสอนแบบสอนรวมทั้งเด็กอนุบาลและเด็กประถม 1 จนถึงเด็กประถม 6 จะมีคุณครูท่านอื่นๆ เดินดูรอบๆ เวลานักเรียนมีคำถามก็คือจะยกมือ เราก็จะเดินไปสอนเขา เราจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงในการเรียนการสอน

หลังจากเสร็จแล้วก็ต้องตรวจงาน และกลับไปที่สาขาเพื่อรอสอนพิเศษเด็กๆเลิกเรียน เมื่อสอนเสร็จเราก็ต้องมีการลงเวลามาเรียน และรายงานหัวหน้าก่อนกลับบ้าน

รายได้ของงานสอนพิเศษ

เงินเดือนเริ่มต้น9,000 ทำงาน 6วัน หยุด1 วัน ต่อสัปดาห์ เริ่มงาน07.20-18.30 น.

งานนี้ไม่มีสวัสดิการใดๆ ประกันสังคมก็ไม่มี โอกาสก้าวหน้าก็ไม่มี เงินเดือนค่อนข้างขึ้นช้าขึ้นอยู่ที่ว่ามีผลงานหรือเปล่า และในผลงานนั้นเราจะต้องเดินทางไปสำนักงานใหญ่เพื่อที่จะนำเสนอผลงานของเรา ซึ่งทุกอย่างนั้นผู้จัดการสาขาจะเป็นคนจัดการ ในการนำเสนอบุคคลในสาขาตนเองไปแข่งขัน ซึ่งผู้จัดการเราไม่เคย support ใดๆ แค่อยากให้เราไปเพื่อที่จะได้มีเกียรติบัตรมาติดในสาขา เราไม่เคยได้รับค่าตอบแทนในการเดินทางหรือใดๆทั้งสิ้น ทั้งที่จริงแล้วทางสำนักงานใหญ่ สนับสนุนเงินอุดหนุนให้คุณครูทุกท่านได้พัฒนาศักยภาพ

เพื่อนร่วมงานเป็นอย่างไรบ้าง

สำหรับเพื่อนร่วมงานเราทำงานกับเพื่อนสนิทเรามีความคิดว่าเราสามารถพูดกันได้ตรงๆ แต่เมื่อพูดตรงๆบางทีเพื่อนก็จะแอบไม่พอใจ สำหรับเพื่อนคนอื่นๆที่เป็นเพื่อนร่วมงานธรรมดา เรารู้สึกว่าบางทีเราห่วงเขาเกินไปทำให้เขาอึดอัดและทำให้เขาเข้าใจผิดคิดว่าเรา ไม่เชื่อใจในการทำงานของเขา แต่จริงๆแล้วเราแค่ไม่อยากให้ผู้จัดการไม่รับงาน บางคนก็ไม่เข้าใจวิธีการทำงานเป็นทีมพยายามจะมีจุดเด่นอยู่คนเดียว บางคนก็รักที่จะทำงานเป็นทีม บางคนก็เงียบเวลาให้ออกความเห็นไม่ออกความเห็น

งานสอนดีไหม

สำหรับความรู้สึกที่มีต่องานนี้เรารักการสอน แต่เราไม่ได้รักในการที่ผู้จัดการเอาเปรียบเกินไป เพราะว่าเราเริ่มงานเราเลิกงานเช้ามากๆเราต้องไปก่อนที่นักเรียนจะมารอหรือผู้ปกครองจะมาส่งนักเรียน เช่นเวลาสอนจริงๆเราเริ่มสอนตอน 8:00 น แต่เราจะต้องไปตั้งแต่ 7:20 น เพื่อที่จะไปเปิดประตูรอเด็กๆ หรือที่เรียกว่าคุณครูเตรียมความพร้อมก่อนการสอน และเมื่อสอนเสร็จ เราก็จะต้องเดินทางกลับสาขาเพื่อที่จะไปเตรียมตัวสอนเด็กๆในช่วงหลังเลิกเรียน และจริงๆเราควรจะเลิกตอน 17.00 น ผู้จัดการก็ให้เราเปิดสอนพิเศษ ในช่วง 17.30 นจนถึง 18.30 โดยที่ไม่มีโอทีให้เลยสักครั้ง

ข้อดีของงานนี้คือ เราได้ฝึกพัฒนาตัวเองในหลายๆด้านไม่ว่าจะด้านภาษาหรือจะเป็นด้านคณิตศาสตร์ทักษะในการแก้โจทย์ต่างๆ เหมือนเราได้ย้อนวัยกลับไปอีกครั้งกลับไปศึกษาต่อซึ่งมันเป็นเรื่องที่สนุก เด็กๆก็น่ารัก ทำให้เราจากผู้หญิงที่เคยดูห้าวๆเปลี่ยนเป็นสาวอ่อนโยน ฝึกการเป็นผู้นำ ฝึกการนำเสนองานฝึกการวางแผนฝึกการคิดวิเคราะห์ฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ฝึกการเข้าหาผู้ใหญ่ ฝึกการใช้ภาษาในอีกระดับหนึ่ง ทำให้เรากลับไปมีใจที่ว่างเปล่าอีกครั้งเพื่อที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้เรียนรู้ในหัวข้อแก้โจทย์ปัญหาที่หาวิธีแก้ปัญหาได้อย่างง่ายและเราสามารถใช้ความรู้นั้นไปสอบในระดับที่สูงขึ้นได้อีกโดย

ข้อเสีย งานนี้เป็นงานที่เราจะต้องได้โยกย้ายบ่อยๆซึ่งบางทีเราต้องเข้างานก่อนเวลาที่ควรจะเริ่มงาน เช่าเราเริ่มงานตอน 7:20 น บางวันถ้าเกิดว่าเราจะต้องได้ย้ายไปทำงานช่วยอีกสาขาหนึ่ง หัวหน้าจะมาบอกเราในวันถัดไป ไม่ทันให้เราได้ตั้งตัว แต่เราก็ต้องไป บางทีเราต้องไปด้วยรถไฟ :00 น เพื่อที่จะไปรอรถไฟไปที่จังหวัดอุดร แล้วเวลากลับแล้วก็ต้องกลับด้วยรถไฟซึ่งก็เกินเวลาเลิกงานไปบางที 3-4 ถึง 5 ชั่วโมง ซึ่งซึ่งบางวันทำให้เรารู้สึกเราเหนื่อยล้าเกินไป และทำให้เราท้อในบางครั้งอีกด้วย และอีกอย่างทุกครั้งที่เราทำงานล่วงเวลา เราไม่เคยได้เงินโอทีเลยสักครั้ง เราไม่รู้เหมือนกันว่าหัวหน้าจะเซ็นยังไงแต่ ได้ยินแค่ว่าถ้าเราจะเอาเงินโอทีเราต้องไปทำงานโรงงานซะมากกว่า สุดยอดค่ะ

ปัจจุบันเราลาออกแล้วเนื่องจากเราเหนื่อยล้าในการทํางาน และเราหมดกำลังใจเพราะเราทำงานมาตลอด 2-3 ปีแต่เงินเดือนขึ้นช้ามาก และในสาขามีแค่เราคนเดียว บางครั้งเราต้องได้เดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อไปสอนสาขาอื่นด้วย