รีวิว ขายข้าวโพด จังหวัดขอนแก่นปี 2563

วันนี้เรามีรีวิวจากทางบ้านมาฝากเพื่อนๆกันอีกแล้วนะคะ งานนี้เป็นงานขายข้าวโพดเป็นรีวิวจากคุณธีรกานต์ (นามสมมุติ)เป็นผู้หญิงอายุ 25 ปี การศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป นิสัยส่วนตัว ร่าเริงเป็นมิตรกับทุกคน ชอบช่วยเหลือคนอื่น ได้ลองมาขายข้าวโพดเพราะมีญาติๆขายอยู่ เลยแนะนำให้ลองขายดู

ทำไมถึงมาลองขายข้าวโพด

ในช่วงนั้นคือเราตกงาน เนื่องจากสถานการณ์โควิด ทำให้เราต้องหางานทำเพราะยังมีรายจ่ายอีกมากมายที่เราต้องรับผิดชอบไม่ว่าจะค่างวดรถ ค่าน้ำ ค่าไฟและค่าอาหาร เราเคยลองสมัครงานกับทางบริษัทแห่งหนึ่งที่ใกล้บ้าน แต่ยังไม่ได้โทรติดต่อมาให้ไปสัมภาษณ์

งานหลักๆที่เราต้องทำมีอะไรบ้าง

หน้าที่ของเราคือตอนเช้าเราต้องตื่นตั้งแต่ 6 โมง เพื่อที่จะต้องไปจ่ายตลาดเช้า เราต้องไปเลือกร้านที่จะซื้อข้าวโพด และเช็คดูว่าข้าวโพดเต็มฝักไหม เน้นคุณภาพเพื่อที่จะได้ลูกค้าประจำ และต่อรองราคาให้ได้ราคาในระดับที่ไม่สูงเกินไปเพราะเวลาเรานำมาขายเราจะทำกำไรยาก หลังจากเลือกซื้อเสร็จเราได้มาในราคา 200 บาท ซึ่งในถุงนั้นจะมีข้าวโพดอยู่เราราวๆ 19-25 ฝัก แฟนเราจะเป็นคนต้มน้ำรออยู่ที่บ้าน เมื่อเรานำมาเราก็จะเอาลงต้มประมาณ 3 เซตเนื่องจากหม้อต้มของเราขนาดเล็กเมื่อต้มเสร็จเราก็จะแพ็คใส่ถุงออกขายทันที เมื่อขายเสร็จเราก็จะมาลงบัญชีในแต่ละวันว่าเราได้กำไรเท่าไหร่และงานนี้เป็นธุรกิจของเรา เป็นร้านของเราที่เปิดเองจึงไม่ได้มีการสัมภาษณ์ แต่ตอนที่ทำงานเราจะต้องแต่งกายให้มิดชิดเพราะแดดค่อนข้างร้อน
รายได้คุ้มค่าไหมและมีสวัสดิการไหม
เราได้รายได้ประมาณ 300-400 บาทต่อวันบางวันก็ได้ 600 บาท เริ่มออกขายประมาณ 9.00 น จนไปถึง 14.00 น สวัสดิการของเราไม่มีอะไรมากแต่เรามีการวางแผนในการออมคือ ถ้าได้กำไรเราก็จะหยอดกระปุกไว้เมื่อเรามีเหตุการณ์ที่จะต้องใช้เงินแบบเร่งด่วนเราก็สามารถมีเงินในส่วนนั้นในการใช้จ่าย โอกาสในการก้าวหน้าของงานนี้เรามองว่าถ้าเรามีลูกค้าประจำแล้วก็สามารถเปิดร้านได้เพราะว่าผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าวโพดก็สามารถสร้างเป็นอาชีพได้เลย เช่น ทำเป็นขนมหวานขายหน้าโรงเรียน เป็นต้น
เพื่อนร่วมงานเป็นยังไงบ้าง สำหรับเพื่อนร่วมงานเราทำงานกับแฟนเรามองว่าแฟนเป็นได้ทั้งเพื่อน ทั้งคู่คิดจริงๆ เพราะเขาสามารถพูดความจริงกับเราได้โดยไม่กั๊ก เราทำยังไงเราถึงจะได้กำไรหรือว่าเราต้องพูดยังไงให้ลูกค้าเชื่อมั่นว่าข้าวโพดเราไม่มีค้างคืน เรารับมาต้มขายสดๆทุกเช้า

ระบบการจัดการของร้านเป็นยังไงบ้าง

การจัดการเราจะเป็นคนออกไปซื้อของ ส่วนแฟนจะเป็นคนช่วยต้มน้ำรอ เมื่อกลับมาแล้วก็จะเป็นคนต้มเองและให้เขาจัดการแพ็คลงใส่ถุง และเมื่อแพ็คเสร็จพวกเราก็จะรีบไปขายทันที เมื่อขายเสร็จพวกเราก็จะกลับมาลงบัญชี และตั้งเป้าหมายในการขายเสมอ
ข้อดี คือเราได้ฝึกความอดทนและฝึกการต่อรองราคากับการวางแผนการใช้เงิน ทำให้เรามีเป้าหมายในการใช้ชีวิตมากขึ้นในช่วงสถานการณ์ที่มีโรคระบาดแบบนี้ และทำให้เรามีศรัทธากับคำว่าไม่เลือกงานไม่ยากจน เนื่องจากเราตกงานแล้วเราก็ไม่ได้มีอาชีพ ทำให้เรามองเห็นคุณค่าของการขาย อาจเพราะข้าวโพดเป็นสินค้าที่ขายได้ง่าย แต่กำไรก็ไม่ได้เยอะมากมาย
ข้อเสีย คือเรามีหม้อต้มที่ขนาดเล็กทำให้เราเสียเวลาในการต้มนานกว่าจะได้ขายก็มีคนอื่นขายตัดหน้า

สำหรับความรู้สึกที่มีต่องานนี้

งานขายข้าวโพดเป็นงานที่ค่อนข้างดี เพราะขายง่ายทุกครั้งที่เราไปขายกันเราจะใช้เวลาไม่นานในการขาย จำได้ว่าไม่น่าเกิน 3 ชั่วโมงหรือ 5 ชั่วโมงในแต่ละวัน สามารถสร้างเป็นอาชีพได้อีกด้วย ถึงรายได้จะไม่ได้เยอะมาก แต่ก็ดีกว่าไม่มีรายได้และเราสามารถหมุนเงินได้ด้วยในแต่ละวัน
สรุปงานนี้ก็เป็นงานซื้อง่าย-ขายคล่อง ใช้เวลาในการทำงานไม่เกิน 5 ชั่วโมงก็ขายได้หมด และเป็นงานที่เราสามารถเห็นกำไรได้วันต่อวันเลย รายได้ในการขายต่อวันอยู่ที่ประมาณ 300-600 บาท ซึ่งถือว่าเป็นงานที่สามารถเพิ่มรายได้ในครอบครัวได้เป็นอย่างดี